แดนี่ คิง นักจักรยานอาชีพแชร์เคล็ดลับส่วนตัวว่าเมื่อไหร่ควรนั่งปั่นและเมื่อไหร่ควรยืนโยก

 

 

 

ภาพ : factorymedia

 

 

รู้จักตัวเองการปรับท่านั่งปั่นขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล โดยทั่วไป คุณก็ปรับแค่อานและแฮนด์เดิลบาร์ แต่คุณอาจจะมีตำแหน่งที่เคยชิน ซึ่งช่วยให้ปั่นสบาย และผ่อนคลายอาการปวดหรือเกร็งได้ 

 ภาพ : healthista

 

สิ่งที่ควรทำ คำแนะนำคร่าวๆ คือ ขณะที่เท้าเหยียบบันไดในจุดที่ต่ำสุด เข่าของคุณควรมีลักษณะงอเล็กน้อย เช่นเดียวกับแขนเวลาที่จับดรอปเมื่ออยู่ในท่านี้ คุณควรจะรู้สึกสบายและไม่เกร็ง

ภาพ : factorymedia

 

 

เปลี่ยนท่าเมื่อขึ้นเขา แดนีบอกว่า เวลาปั่นขึ้นเขา เธอจะยังคงนั่งอยู่บนหลักอาน อย่างน้อยก็ในช่วงแรกเธอชอบจับแฮนด์ตรงกลาง นั่งหลังค่อนข้างตรง และใช้เกียร์เบา โดยจะรักษารอบขาให้ได้ 90-100 รอบต่อนาที แน่นอนว่า เนินแต่ละเนินย่อมไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณจึงต้องตัดสินใจว่าจะปั่นอย่างไร โดยพิจารณาจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว รวมถึงตัดสินใจว่าการเปลี่ยนจากนั่งปั่นไปยืนโยกจะช่วยได้หรือไม่

ภาพ : roweandking

 

ยืนโยก แดนีจะลุกขึ้นยืนโยกด้วยเหตุผล 3 ประการนี้เท่านั้น คือ

    1. เมื่อต้องการจะโจมตีหรือสปรินต์
    2. เมื่อพบกับเนินที่ชันมากจนต้องยืนโยกถึงจะไปต่อได้
    3. เมื่อต้องการผ่อนคลายช่วงหลัง แดนียังเสริมอีกว่า ระหว่างการแข่งขันหรือการปั่นระยะทางไกล เธอจะมีอาการปวดหลังช่วงล่างเล็กน้อย ซึ่งการยืนจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้ทั้งนี้ ระหว่างที่ยืนโยก คุณจะใช้แรงมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันรอบขาของคุณจะตกลง ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนไปใช้เกียร์ที่สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มแรงต้านและช่วยให้ควบคุมจักรยานได้ดีขึ้น

ภาพ : kitesuftbikerambling 

 

 

แดนี คิง เพิ่งคว้าแชมป์รายการ The Red Hook Criterium Championship Series เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่กรีนิช กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

 

ภาพ : twimg